

'อลิซในแดนมหัศจรรย์' (Alice in Wonderland) คือธีมหลักของ ชองเทอเรล สปา (Chanterelle Spa) พื้นที่อันสว่างไสวและสดชื่นใจกลางรีสอร์ต สปาแห่งนี้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสปาใหม่ชั้นนำของโลก (World’s Leading New Spa) ในปี 2017 จากงาน World Luxury Awards การตกแต่งภายในสปาเป็นอาหารตาชั้นเลิศ ด้วยจักรยานที่แขวนอยู่ เก้าอี้เลานจ์ลายใบไม้ และทางเดินที่ตกแต่งด้วยคำคมซ้ำ ๆ สปาแห่งนี้มีห้องทรีตเมนต์ส่วนตัว 9 ห้อง รวมถึงห้องวีไอพีสุดหรู 1 ห้อง พื้นที่สำหรับชายและหญิงพร้อมห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำ และเลานจ์นวดเท้าที่สวยงาม ซึ่งแขวนต้อนรับให้ผู้เข้าพักมาผ่อนคลายกับเพื่อน ๆ พร้อมจิบน้ำชาอุ่น ๆ

นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์แล้ว ชองเทอเรล สปา ยังเน้นความเรียบง่าย โดยมีเมนูและปรัชญาการดูแลที่มุ่งเน้นไปที่ความต้องการของผู้เข้าพักเป็นหลัก ผู้เข้าใช้บริการสปาสามารถเลือกสภาวะที่ต้องการบรรลุจากหนึ่งในสี่แบบ ได้แก่ สงบ (calm) ดื่มด่ำ (indulge) ฟื้นฟู (renew) หรือเติมพลัง (invigorate) จากนั้น ทรีตเมนต์และผลิตภัณฑ์จะถูกเลือกสรรตามเป้าหมายนั้น ๆ หลังจากจบทรีตเมนต์แต่ละครั้ง ชองเทอเรล สปา จะมีคำแนะนำสำหรับการดูแลตัวเองต่อที่บ้าน เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ดำเนินเส้นทางแห่งสุขภาวะที่ดีต่อไป
เคล็ดลับ: สำหรับประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ขอแนะนำให้เลือกการนวดบำบัดสำหรับนักกีฬาในยุคทศวรรษ 1920 (1920s Sports Therapy massage) ซึ่งเป็นเทคนิคจริงเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างล้ำลึกที่พัฒนาขึ้นในทศวรรษ 1920 และให้บริการโดยนักบำบัดที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีสองคนพร้อมกัน

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คุณจะต้องรักโอกาสต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมที่แมริออทในฟูก๊วก เพื่อให้สอดคล้องกับธีมมหาวิทยาลัย ทางรีสอร์ตจึงมีกิจกรรมและเวิร์กช็อปประจำวันฟรีสำหรับผู้เข้าพัก โดยมี 'ชั้นเรียนสำหรับนักศึกษา' ที่ดำเนินรายการโดยผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น คุณอาจเลือกสมัครเรียนการเขียนอักษรวิจิตร ทดสอบการทรงตัวกับโยคะบนบอร์ดพาย หรือทำงานฝีมือในเวิร์กช็อปทำโคมไฟ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคุณในแต่ละวัน

โปรแกรมกิจกรรมทั้งหมดของรีสอร์ตจะระบุไว้ในสมุดนักศึกษา (Student Book) ที่มอบให้แก่ผู้เข้าพักทุกคนเมื่อเช็คอิน ในแต่ละวัน คุณสามารถเลือกเรียนการทำขนมหรือการผสมเครื่องดื่ม เรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง หรือสำรวจวัฒนธรรมฟูก๊วกด้วยทริปท่องเที่ยวรอบเกาะพร้อมไกด์ หลังจากได้รับความรู้ใหม่ ๆ แล้ว คุณจะได้รับของที่ระลึกที่น่ารักจากชั้นเรียนติดมือกลับบ้านไปด้วย
เคล็ดลับ: พ่อแม่ผู้ปกครองที่เดินทางพร้อมเด็ก ๆ จะต้องยินดีที่ได้พบกับทีมคิดส์คลับ (Kids Club Team) ของรีสอร์ต ซึ่งมุ่งมั่นที่จะให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่พัฒนาทักษะการทำอาหาร กิจกรรมทางกายภาพ และความคิดสร้างสรรค์

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับค่ำคืนอันหรูหราอลังการ ร้านอาหาร พิงก์ เพิร์ล (Pink Pearl) อาจกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดในบรรดาสถานที่ทั้งหมดในรีสอร์ต เผื่อเวลาไว้สักสองสามชั่วโมงเพื่อดื่มด่ำกับประสบการณ์นี้อย่างเต็มที่ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานเสิร์ฟที่แต่งกายด้วยชุดสไตล์แฟลปเปอร์แบบจัดเต็ม เรื่องเล่ามีอยู่ว่าในช่วงที่มหาวิทยาลัยรุ่งเรือง มาดามเพิร์ลเคยจัดงานเลี้ยงอันหรูหราให้กับเพื่อน ๆ ของเธอในคฤหาสน์หลังนี้ และในวันนี้ พิงก์ เพิร์ล ได้ชุบชีวิตมนต์เสน่ห์แห่งค่ำคืนเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ด้วยสูตรอาหาร ดนตรี และบรรยากาศที่เธอโปรดปราน

เมื่อย่างก้าวเข้าไปด้านใน พิงก์ เพิร์ล คือความอภิรมย์ทางประสาทสัมผัสอย่างแท้จริง โคมไฟทรงกลมลอยเด่นอยู่บนเพดานสูงตระหง่าน โต๊ะอาหารถอดแบบด้วยแก้วคริสตัลระยิบระยับและภาชนะกระเบื้องพอร์ซเลนอันประณีต ขณะที่นกยูงโทนสีอัญมณีระยิบระยับเฝ้ามองบรรยากาศจากเบื้องบน เชฟที่เป็นกันเองของ พิงก์ เพิร์ล จะคอยแนะนำเมนูอาหารต่าง ๆ ซึ่งเน้นอาหารทะเลอันน่าทึ่งของฟูก๊วกที่นำมารังสรรค์เป็นผลงานร่วมสมัยระดับสุดยอด และในช่วงเย็น คณะอุปรากรคลาสสิกจะขึ้นมาขับกล่อมบนเวที ซึ่งเป็นจุดสัมผัสสุดท้ายที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การย้อนเวลาอย่างแท้จริง
คำแนะนำ: ก่อนเดินทางกลับ อย่าลืมขอรับบริการทัวร์นำชม Pink Pearl เพื่อสัมผัสผลงานการสร้างสรรค์อันน่าทึ่งของ Bill Bensley ในห้องส่วนตัวและห้องเก็บไวน์
