เมื่อวางแผนมาเยือนเวียดนาม หลายคนคงสงสัยว่า: ภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคใต้ดี? ในขณะที่ภาคใต้มีเสน่ห์ของเมืองหลวงอันศิวิไลซ์อย่างโฮจิมินห์ซิตี้และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนภาคกลางก็มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและชายฝั่งทะเลมากมาย แต่ภาคเหนือกลับมีมนต์ขลังในแบบของตัวเอง ด้วยประวัติศาสตร์ที่น่าหลงใหล ทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา และความหลากหลายทางฤดูกาล คุณอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนในการสำรวจสถานที่ทั้งหมดนี้ และนี่คือสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำที่คุณไม่ควรพลาด...
เมืองหลวงของประเทศแห่งนี้มีสิ่งต่าง ๆ ให้ค้นหามากมาย จนได้รับการเสนอชื่อให้เป็น 'เมืองท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชีย' (Asia’s Leading City Break Destination) ประจำปี 2022 โดย World Travel Awards
เริ่มต้นการเดินทางของคุณที่นี่เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยเริ่มจากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวหลักบางแห่ง รวมถึงวิหารวรรณกรรม (Temple of Literature) สุสานประธานาธิบดีโฮจิมินห์ (President Ho Chi Minh Mausoleum) และพระราชวังโบราณทังล็อง (Imperial Citadel of Thang Long)
ที่มา: VNAT
จากนั้นเดินเล่นในย่านเมืองเก่า (Old Quarter) ที่มีถนนคนเดินสำหรับการช้อปปิ้งยุคโบราณ สถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมฝรั่งเศส ของที่ระลึก และสตรีทฟู้ด อาหารท้องถิ่นที่ห้ามพลาด ได้แก่ บุ้นจ๋า (เส้นขนมจีนกับหมูย่าง) ซึ่งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา และเชฟผู้ล่วงลับ แอนโธนี บอร์เดน เคยร่วมรับประทานด้วยกันในรายการท่องเที่ยว Parts Unknown อันโด่งดัง ลองเดินเล่นรอบทะเลสาบที่มีอยู่กว่า 20 แห่งในฮานอยเพื่อดูว่าคนท้องถิ่นพักผ่อนกันอย่างไร นอกจากนี้ยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานของศิลปะดั้งเดิมทั้งในและรอบๆ ฮานอย ดังนั้นลองแวะไปชมหมู่บ้านหัตถกรรมในบริเวณใกล้เคียงหากคุณสนใจ
หากมีภาพยนตร์แฟนตาซีที่ถ่ายทำในเวียดนาม ก็คงต้องถ่ายทำที่นิงห์บิงห์อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่สวยงามน่าทึ่งและอยู่ห่างจากฮานอยประมาณสองชั่วโมง แนะนำให้พักที่ตามก๊ก (Tam Coc ซึ่งแปลว่า 'สามถ้ำ') ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติจ่างอาน (Trang An Scenic Complex) ขององค์การยูเนสโก
อะไรคือความพิเศษของภูมิภาคนี้? ก็คือภูเขาหินปูนที่ตั้งตระการตาสร้างทัศนียภาพอันน่าทึ่ง ท่ามกลางหุบเขาเหล่านี้มีทั้งนาข้าว บึงบัวสาย และสายน้ำคดเคี้ยวที่สร้างทัศนียภาพอันงดงาม จนคุณจะต้องรู้สึกทึ่งในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
แม้ว่าบางคนจะเลือกมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากฮานอย แต่ทางที่ดีที่สุดคือการดื่มด่ำกับชนบทแห่งนี้อย่างช้าๆ ลองเช่าจักรยานหรือสกู๊ตเตอร์ และอย่าลืมล่องเรือ เดินป่าไปยังจุดชมวิว สำรวจถ้ำ และเยี่ยมชมเจดีย์ จุดชมวิวที่ดีที่สุดคือยอดเขามังกรหมอบ (Lying Dragon) บนยอดเขาถ้ำมัว (Mua Cave) ซึ่งมีบันไดหินที่ลาดชันหลายร้อยขั้นให้ปีนป่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการไปในช่วงที่แดดร้อนจัดของวัน
คุณสามารถใช้บริการทัวร์ล่องเรือซึ่งมีเส้นทางให้เลือกสองสามเส้นทางจากตามก๊กหรือจ่างอาน เอกลักษณ์เฉพาะตัวของการล่องเรือเหล่านี้คือ คนพายเรือมักจะใช้เท้าพายแทนการใช้มือ และพวกเขาก็พายได้อย่างดูง่ายดายและเป็นธรรมชาติ นอกเหนือจากถ้ำแล้ว จุดแวะพักหลักก็คือเจดีย์บิชดง (Bich Dong Pagoda) เพื่อถ่ายภาพสวยๆ คนรักธรรมชาติต้องไม่พลาดไปเยือนอุทยานแห่งชาติตุ๊กเฟือง (Cuc Phuong National Park) ของนิงห์บิงห์ ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ที่มา: Instagram - phtrung0611
คงไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นสัญลักษณ์ของเวียดนามได้ดีไปกว่าผืนนาข้าวอันสวยงาม ซึ่งจะสะท้อนเฉดสีเขียวขจีอันงดงามเมื่อต้นข้าวกำลังเติบโต และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเมื่อใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว
หากต้องการชมนาขั้นบันไดบนภูมิประเทศภูเขาที่ตระการตา ให้มุ่งหน้าไปยังซาปา (SaPa) 'เมืองแห่งสายหมอก' ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนืออันห่างไกล นาข้าวเหล่านี้ได้รับการดูแลโดยกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นมิตรและน่าค้นหาซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวเขาเล็กๆ พวกเขาพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนเข้าสู่โฮมสเตย์สไตล์ชนบทที่มีเสน่ห์ นี่จะเป็นความทรงจำในการเดินทางที่แท้จริงที่คุณจะไม่มีวันลืม
อีกวิธีหนึ่งในการดื่มด่ำกับความงดงามของทิวทัศน์นาข้าวคือการเล่นพารากลายเดอร์ (ร่มร่อน) เหนือผืนนา ทุกๆ เดือนกันยายน จะมีเทศกาลพารากลายเดอร์ที่หมู่กางจ๋าย (Mu Cang Chai) ซึ่งอยู่ห่างจากฮานอยประมาณ 300 กม. ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องมาสัมผัสให้ได้
ผืนน้ำสีมรกตของอ่าวฮาลอง (Halong Bay หรือ 'อ่าวแห่งมังกรผู้ร่อนลง') ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเหตุผลที่ดีมากมาย ภายในอ่าวมีเกาะและเกาะแก่งต่างๆ มากกว่า 1,000 เกาะ ล้อมรอบด้วยเนินเขาหินปูนสูงตระหง่านที่ก่อตัวขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน
แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกแห่งนี้เต็มไปด้วยผืนป่า ถ้ำ และอ่าว ซึ่งสามารถสำรวจได้อย่างง่ายดายผ่านทัวร์ล่องเรือที่มีให้บริการมากมาย ไม่ว่าคุณจะมีงบจำกัดแบบแบ็คแพ็คเกอร์หรือพร้อมที่จะทุ่มเงินเพื่อสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ แนะนำให้พักค้างคืนบนเรือสักคืนหรือสองคืนเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้น การเยี่ยมชมถ้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงลอยน้ำ หรือการพายเรือคายัคไปยังชายหาดเล็กๆ เพื่อเล่นน้ำ สำหรับทัศนียภาพมุมสูงที่จะทำให้คุณต้องอ้าปากค้าง ลองจองทริปนั่งเครื่องบินทะเล (seaplane) ที่จะเผยให้เห็นเครือข่ายยอดเขาที่ปกคลุมด้วยป่าไม้และอ่าวที่ระยิบระยับของฮาลองอย่างสุดลูกหูลูกตา
บนฝั่ง เมืองฮาลองเป็นจุดแวะพักสั้นๆ ที่คุ้มค่า ไปเล่นน้ำที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ลิ้มลองอาหารทะเลท้องถิ่น หรือขึ้นกระเช้าลอยฟ้าหรือชิงช้าสวรรค์ของ Sun World Ha Long Complex
ที่มา: Instagram - theordinarybatman
เกาะกั๊ตบาซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของฮาลองในอ่าวลานฮา ได้รับความนิยมจากทั้งชาวท้องถิ่นและชาวต่างชาติ บนเกาะมีทั้งชายหาด รีสอร์ท กิจกรรมผจญภัย และอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่
ผู้ที่รักการทำกิจกรรมสามารถเลือกสนุกกับกิจกรรมมากมายที่นี่ ตั้งแต่ปีนผา เดินป่า ไปจนถึงพายคายัคและเที่ยวถ้ำ ถ้ำจุงจาง (Trung Trang Cave) ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาจุงจาง เป็นตัวแทนของถ้ำขนาดใหญ่และเล็กกว่า 150 แห่งในอุทยานแห่งชาติกั๊ตบา และเป็นที่ประดิษฐานแท่นบูชาและเป็นแหล่งอาศัยของค้างคาวจำนวนมาก นักเดินป่าสามารถเพลิดเพลินกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติกั๊ตบาซึ่งเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลของ UNESCO ที่นี่ประกอบด้วยป่าทึบ ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และจุดชมวิวยอดเขางูเลิม (Ngu Lam Peak)
ที่มา: Instagram - marco__travels
สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบสบายๆ สามารถไปพักผ่อนที่ชายหาดหลักสามแห่งของเกาะ แล้วแวะชิมอาหารทะเลที่ร้านอาหารลอยน้ำยอดนิยมริมทางเดินริมทะเล เช่นเดียวกับอ่าวฮาลอง ที่นี่มีบริการทัวร์เรือนำเที่ยวหลากหลายประเภท ซึ่งบางทัวร์จะพาคุณผ่านก๋ายแบ๋ว (Cai Beo) หนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงในเวียดนาม
หากต้องการสัมผัสความงามอันสมบุกสมบันของชนบทเวียดนามอย่างแท้จริง หลายคนกล่าวว่าการเดินทางบนเส้นทางห่าซางลูป (Ha Giang Loop) คือสุดยอดประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ด้วยถนนที่คดเคี้ยวและภูมิประเทศที่เป็นทิวเขา ทริปขี่มอเตอร์ไซค์ 3-5 วันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด หากไม่มั่นใจในฝีมือการขับขี่ของตนเอง ก็มีคนขับรถที่มีประสบการณ์พร้อมพาคุณซ้อนท้ายเดินทางไปเช่นกัน
สิ่งที่ผู้คนประทับใจมากที่สุดคือทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจจากจุดชมวิวและจุดแวะพักเติมพลังระหว่างทาง ซึ่งมักจะอยู่ระหว่างเมืองห่าซาง (Ha Giang City) และซูซา (Du Gia) ไฮไลท์เด่น ได้แก่ เนินเขาคู่ (Twin Hills), ถ้ำลุ่งควี (Lung Khuy Cave), หมู่บ้านลุ่งตาม (Lung Tam Village), ช่องเขาหม่าปี่เหล่ง (Ma Pi Leng Pass) และหุบเขาตู่สาน (Tu San Canyon) หากต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินตลาดที่ไม่เหมือนใคร ตลาดนัดวันอาทิตย์ที่แมววัค (Meo Vac market) คือคำตอบ นี่คือตลาดชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริงที่คลาคล่ำไปด้วยชาวบ้านและปศุสัตว์
ที่มา: VNAT